ReadyPlanet.com
dot
dot
รอบรู้เรื่องสมุนไพร
dot
bulletเจียวกู่หลัน สมุนไพรต้านมะเร็ง
bulletกวาวเครือขาว เพิ่มความอึ๋ม
dot
รู้เรื่องหมอยาไทย
dot
bulletประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์
bulletประวัติหมอพร
bulletสาเหตุของการเกิดโรค
dot
เยี่ยมชมร้านสมุนไพรพรอุดม
dot
bulletศึกษาดูงาน
bulletแสดงสินค้าโอทอป
bulletสาธิตวิธีการผลิต
dot
คอลัมน์เด่น จากสื่อประชาสัมพันธ์
dot
bulletคุยเรื่องโรค " กษัย " กับหมอแผนโบราณประยุกษ์
bullet"สมุนไพรพรอุดม"ยาหมอบ้าน ภูมิปัญญาโบราณเพื่อคนรุ่นใหม่
bulletหมอยาสมุนไพร "อุดม ลดหวั่น"
bullet'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร' ผลิต-ขาย..มี "กฎกติกา"
bullet"สมุนไพรพรอุดม" พลูตาหลวง สูตรบำบัดตำรับไทยโบราณ
bulletแปรรูปสมุนไพรส่ง"ไปรษณีย์"ขายตรงตัดตอนพ้อค้าคนกลาง
bullet"สมุนไพรพรอุดม" ยาแผนโบราณประสิทธิภาพเยี่ยม
dot
ลงทะเบียนเยี่ยมชมสมุนไพรพรอุดม

dot




งานเขียน

(บทความนี้ลงพิมพ์ในวารสาร ความรู้เรื่องการเกษตร สำหรับข้าราชการและเกษตรกร

จากคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์การพัฒนาชนบท คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ)

 

การสร้างสวนผลไม้ในที่ดินเลว

อุดมชัยพฤกษ์

เป็นการฝังหัวกันมาเนิ่นนานของนักเกษตร  และเกษตรกรทั่วไปว่า  ดินดี  น้ำดี  ทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จและร่ำรวย  คำพูดประโยคนี้ยังใช้พร่ำสอนกันอยู่ตลอดเวลาในสถาบันเกษตรต่างๆ ทำให้นักเกษตร  และเกษตรกรของประเทศเรา  เมื่อคิดจะทำการเกษตรต้องเที่ยวใฝ่หาแต่พื้นที่ดินอุดมสมบูรณ์  เมื่อพื้นที่ดินที่เคยทำการเกษตรอยู่เดิมเสื่อมสภาพลง  ก็ไม่คิดที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น  มุ่งหน้าแต่จะบุกเข้าป่าเพื่อแผ้วถาง  จับจองพื้นดินใหม่  ที่อุดมสมบูรณ์ไว้ทำการเกษตรกันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง  เมื่อป่าของเราถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็ว  ปัญหาที่ตามมาก็อย่างรู้ๆ กันอยู่   คือประเทศเราต้องประสบกับความแห้งแล้งยิ่งขึ้น  และบางครั้งก็ต้องประสบกับอุทกภัย  โดยเกิดน้ำท่วมฉับพลันอยู่บ่อยๆ  และในขณะเดียวกัน  พื้นที่ดินเพื่อการเกษตร ที่ขยายเพิ่มขึ้นใหม่นี้ต่อไปไม่นาน  มันก็ค่อยๆ ลดความอุดมสมบูรณ์ลง  ผลผลิตที่เคยได้สูง  เพียงไม่กี่ปีก็ตกต่ำลงเช่นเดิม  ถ้าเป็นเช่นนี้ตลอดไปเราจะหาพื้นที่ดินดีๆ  ที่ไหนมาทำการเกษตร

                เกษตรกรของเราควรเปลี่ยนค่านิยมในเรื่องดินดี  น้ำดีกันเสียใหม่  หันมาหาค่านิยมใหม่ๆ  กันดีกว่า  ผมเห็นว่าการเกษตรของเรานั้น  ดินเลว  มีน้ำพอประมาณ  บวกกับการปรับปรุงดินที่ดีก็สามารถทำให้เกษตรกรของเราร่ำรวยได้  เพียงแต่เราหันมาทำการปรับปรุงดินอย่างจริงจังยิ่งขึ้นเท่านั้น  ประเทศของเรา  พื้นที่ดินยังใช้ประโยชน์จากการเกษตรได้ไม่เต็มที่  เราจะเห็นได้จากเมื่อเทียบผลผลิตต่อไร่แล้ว  พืชต่างๆ ที่เกษตรกรปลูก  ผลผลิตต่อไร่ที่ได้รับ  ยังต่ำกว่าลผลผลิตของประเทศอื่นๆ อีกมาก  แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรของเราส่วนใหญ่แล้ว  ยังได้รับประโยชน์จากที่ดิน  ทำการเกษตรน้อยกว่าเกษตรกรของประเทสอื่นๆ พูดง่ายๆ ก็คือเกษตรกรของเราส่วนใหญ่  ยังไม่ยอมรับวิชาเกษตรใหม่ๆ  ยังชอบเพาะปลูกกันไปตามความเคยชิน  และทำแบบอาศัยโชคช่วย  อีกประการหนึ่งเกษตรกร  ของเราจะวัดความสามารถกันด้วยจำนวนเนื้อที่การเพาะปลูก  ถ้าใครมีที่ดินหลายร้อยหลายพันไร่  ดูช่างเป็นเกษตรกร  ที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินทุกคนจึงพยายามหาที่ดินไว้มากๆ  จึงดูไม่ทั่วถึง  ผลผลิตของเราจะดีได้อย่างไร   ตามความเห็นของผมแล้วเกษตรกรที่เก่งควรจะเป็นเกษตรกรที่ใช้พื้นที่ดินเพียงเล็กน้อย  แต่สามารถทำการเกษตรได้ผลผลิตสูง  สามารถเลี้ยงครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายได้เกษตรกรผู้นั้นแหละควรจะเป็นเกาตรกรที่ยิ่งใหญ่และควรจะเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรทั่วไป

                ไม่เป็นการเพ้อฝันเกินไปที่เราจะหันมาทำสวนผลไม้  ในพื้นที่ดินเลว  มีกรวด  หิน  หรือดินลูกรัง  เชิงเขา  ถ้าในสภาพพื้นที่นั้นๆ  มีแหล่งน้ำพอควร คือไม่มีมากมายจนเหลือเฟือ  เพราะพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ และมีแหล่งน้ำมากนั้นเกษตรกรไม่สามารถหามาไว้ทำการเกษตรได้ทุกคน  ใครมีอยู่แล้วถือว่าเป็นโชคดีของเกษตรกรผู้นั้น  ผู้ที่ไม่มีก็อย่าท้อถอย  เราหันมาปรับปรุงและสร้างสรรค์พื้นที่ของเราที่มีอยู่ให้เป็นดินที่มีคุณค่าต่อชีวิตของเรากันดีกว่า  ถ้าทำสำเร็จเราจะภูมิใจในตัวเราเอง  ภูมิใจในผลงานเกษตรของเรารักและหวงแหนในแผ่นดินของเรา  ถึงแม้จะเป็นดินเลว  แต่เราจะพูดได้อย่างเต้มภาคภูมิว่านี่คือ  แผ่นดินทองของเรา

                การพิจารณาสร้างสวนผลไม้  ในพื้นที่ดินเลว  และมีน้ำน้อยนั้นเกษตรกรควรพิจารณาถึง  พืชที่จะปลูกเป็นหลักสำคัญ  เราควรพิจารณาหาพืชที่เหมาะสมจริง ๆ อย่าปลูกอะไรตามผู้อื่นหรือตามใจเราเป็นอันขาดมีหลักการในการพิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

                1. เป็นพืชที่ทนแล้ง  หรือใช้น้ำน้อย  ปัจจุบันนี้ปัญหาใหญ่ของชาวสวนก็คือ  ปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ  ดังนั้นถ้าเราจะคิดเริ่มสร้างสวนผลไม้ใหม่  เราต้องพิจารณาถึงปริมาณน้ำที่เราสามารถหาได้  ในสภาพพื้นที่นั้น ๆ  ในขณะเดียวกัน  เราต้องเผื่อไว้อีกด้วยว่า  ถ้าเกิดแห้งแล้งหรือขาดแคลนน้ำเพิ่มขึ้นอีก  ต้นไม้ที่เราปลูกยังจะสามารถเจริญดีต่อไป  และให้ดอกออกผลหรือไม่  เกษตรกรบางรายไม่ได้คำนวณเรื่องน้ำเผื่อไว้  เมื่อเจอภาวะขาดแคลนน้ำ  จึงทำให้ประสบความล้มเหลว  และท้อถอย  ถึงขนาดว่าบางรายขายสวนทิ้งไปเลย

                2. ควรเป็นพืชที่ปลูกง่าย  โดยสังเกตดูจากต้นไม้ที่เกษตรกรทั่วๆ  ไปปลูกไว้ตามเทือกสวนไร่นาเกษตรกรที่ฉลาดเขาจะหลีกเลี่ยงการปลูกพืชยากๆ  เพราะพืชที่ปลูกยากจะต้องการความเอาใจใส่และบำรุงรักษาสูง  ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง  เราย่อมรู้อยู่แล้วว่าผลไม้นั้น  ในฤดูที่มีผลไม้ออกตลาดหลายชนิด  ประชาชนย่อมเลือกซื้อผลไม้รับประทานได้  ถ้าของเราต้นทุนสูง  และขายราคาสูงย่อมขายยากในขณะเดียวกัน  ถ้าเราขายในราคาปานกลาง  แต่เราปลูกของง่ายๆ  บำรุงรักษาง่ายๆ  ถึงแม้จะขายในราคาไม่แพงนัก  เราย่อมได้กำไรมากพอสมควร

                3. เป็นพืชที่มีโรคและแมลงรบกวนน้อย  โดยสังเกตดูจากพืชชนิดเดียวกันที่เกษตรกรอื่นๆ  ปลูกอยู่แล้ว  เราควรหลีกเลี่ยง  เรื่องโรคและแมลงให้มาก  เพราะปีหนึ่ง ๆ เกาตรกรต้องเสียเงินในการปราบโรคและแมลงเป็นเงินปีละมากๆ  นอกจากนั้นพิษของยาฆ่าแมลง  ยังทำลายชีวิตของเกษตรกรไปปีละไม่ใช่น้อย

                4. เป็นพืชที่ติดดอกออกผลง่ายไม่เว้นปี   เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะเกษตรกรนั้นบางครั้งจะคิดปลูก  อะไร  จะคำนึงถึงแต่เรื่องราคา  ต้องการปลูกแต่พืชที่ให้ราคาสูง  โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะติดดอกออกผลทุกปี  หรือไม่  บางครั้งเมื่อคำนวณดูแล้วราคาสูงจริง  แต่เว้นหลายปี  เมื่อคิดเป็นรายได้เฉลี่ยกลับสู้ผลไม้ราคาปานกลาง  แต่ให้ผลบ่อย ๆ ไม่ได้

                เมื่อเราพิจารณาเลือกพืชที่ปลูกง่ายใช้น้ำน้อย  ศัตรูรบกวนมีน้อยและติดดอกออกผลง่ายๆ  ได้แล้วขั้นต่อไปก็มาถึงเรื่องการเตรียมดิน  เราควรไถหลายๆ ครั้งจนหมดหญ้าคา  สวนผลไม้ที่มีหญ้าคาขึ้นแซม  จะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร  ดังนั้นเราควรปราบหญ้าคาเสียครั้งแรก  ให้หมดสิ้น  จึงควรไถพรวนหลายๆ ครั้งการไถหลาย ๆ ครั้ง  นอกจากกำจัดวัชพืชแล้ว  ยังเป็นการทำให้ดินที่แน่นกลับร่วนซุยขึ้น  เมื่อดินร่วนซุยและโปร่งดีต้นไม้ก็ย่อมสามารถแผ่กระจายรากไปได้สะดวก  พืชย่อมหาอาหารได้ดียิ่งขึ้นการไถตากดินหลายๆ ครั้ง  ยังเป็นการช่วยลดโรคและแมลงศัตรูพืช  ในดินลงไปอีกด้วย

                ส่วนเรื่องของการปรับปรุงดินนั้น  เรามีความจำเป็นต้องรีบ  ปรับปรุงดินทันที  เพราะพื้นดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์  เมื่อเราปลูกพืช  พืชนั้นก็ย่อมเจริญเติบโต  จนถึงติดดอกออกผลได้ช้าถึงแม้พืชนั้นจะติดดอกออกผลให้เรา  ผลที่ได้ก็คงไม่ดกเหมือนพืชที่ปลูกในดินอุดมสมบูรณ์เป็นแน่  แต่การที่เราจะปรับปรุงดินทั้งแปลงนั้น  เกษตรกรย่อมจะต้องลงทุนสูงน่อมเป็นภาระหนักในในการลงทุนขั้นแรกมาก  ดังนั้น  เราควรหันมาปรับปรุงดินเป็นขั้นตอน  คือปรับปรุงเฉพาะหลุม  ที่ปลูกต้นไม้ก่อน  โดยเราอาจจะต้องขุดหลุมปลูกให้กว้างคือประมาณ  1 x 1 เมตร  และลึก 1 เมตร  แล้วใช้ปุ๋ยคอกคือมูลสัตว์เก่าๆ เช่น  มูลวัว  ควาย  เป็ด  ไก่  หรือพวกพืชผุ ๆ เคล้ากับดินใส่ลงไปในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ปลูก  การผสมดินเรากะโดยประมาณ  คือ  ดิน 2 ส่วนปุ๋ยคอกเก่าๆ  1 ส่วน  ก็จะทำให้ดินบริเวณหลุมปลูกดีขึ้น  เกาตรกรไม่จำเป็นต้องปรับปรุงหน้าดินในเนิ้อที่เพาะปลูกทั้งแปลง  การปรับปรุงหน้าดินทั้งแปลงส่วนที่อยู่นอกทรงพุ่มของต้นไม้ที่ปลายรากออกไปหาอาหารไม่ถึง  เราก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร  กลับเป็นการเพิ่มให้วัชพืชงอกงสมดียิ่งขึ้น  ต้องสิ้นเปลืองเงิน  ในการกำจัดวัชพืชมากขึ้นสู้เราค่อย ๆ ใส่ปุ๋ยคอกเพิ่มไปทุกปีตามขนาดของทรงพุ่มที่กว้างขึ้นจะดีกว่าพืชจะนำไปใช้ได้ทันที  และเราก็ไม่ต้องใช้เงินครั้งแรกในการปรับปรุงหน้าดินมาก  ซึ่งเป็นปัญหาหนักมากในการลงทุน  เพราะเรายังไม่ได้รับผลตอบแทนทันที

                พื้นที่ดินที่ทำการเกษตรกันมานานส่วนใหญ่แล้ว  เป็นดินที่ขาดอินทรีย์วัตถุ  จึงทำให้ดินแห้งและแข็ง  เราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ปุ๋ยหนักไปทางปุ๋ยคอก  หรือพวกปุ๋ยอินทรีย์ต่าง ๆ ให้มาก  ส่วนปุ๋ยวิทยาศาสตร์นั้นเราใช้เป็นครั้งคราว  คือเร่งในระยะก่อนออกดอกเพื่อเร่งให้ต้นไม้สะสมอาหารให้เต็มที่  และหลังจากติดผลอ่อน  พืชบางชนิดก็จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งผลให้ใหญ่  ได้ขนาดอีกครั้งหนึ่ง  เช่นกัน

                ปัจจุบันนี้  เราจะเห็นได้ว่าผลไม้ต่าง ๆ ขายได้ดีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นมะตูม  มะม่วง  ขนุน  น้อยหน่า  มะขามหวาน  มะขามเปรี้ยว  แม้กระทั่งมะขามเทศ  และมะม่วงหิมพานต์  ถ้าเรานำพืชที่ทนแล้งและต้องการน้ำน้อยเหล่านี้ไปปลูกในที่ดินซึ่งมีน้ำน้อย  ถึงแม้จะเป็นดินค่อนข้างเลว  ถ้าเรารู้จักปรับปรุงดินเฉพาะหลุมปลูก  และค่อยๆ ปรับปรุงขยายออกกว้างตามรัศมี  ของพุ่มต้นไม้ออกไป  เราก็สามารถจะสร้างสวนผลไม้ในพื้นที่ดินเลวและมีน้ำน้อยได้  ถ้าเกาตรกรของเราแบ่งที่ดิน  ในการเกษตรไม่ว่าจะเป็นนา  หรือไร่  หันมาตื่นตัวปลูกต้นไม้ยืนต้น  กันให้มากขึ้นพื้นที่ซึ่งโล่งเตียน  ก็จะกลับมีไม้ยืนต้นเขียวกระจัดกระจายขึ้นมา ความชุ่มชื่นก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น  ฝนก็จะตกกระจัดกระจายสม่ำเสมอไปทั่ว  ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรรุ่นหลังต่อไป

                พื้นที่ดินที่มีน้ำน้อยนั้น  เมื่อเราคิดจะสร้างสวนผลไม้  เราควรเตรียมดินและเตรียมหลุมปลูก  ไว้ให้พร้อมก่อนเข้าฤดูฝน  และในขระเดียวกันเราควรเตรียมพันธุ์ไม้  ที่จะปลูกไว้ให้พร้อมเมื่อย่างเข้าต้นฤดูฝนเรารีบปลูกได้ทันที  จะเป็นการประหยัดการใช้น้ำได้มาก  กว่าจะสิ้นฤดูฝน  ต้นไม้ที่ตั้งตัวได้แล้ว  เมื่อย่างเข้าฤดูแล้งเราจะรดน้ำ 7-10 วันครั้งหนึ่ง  ก็สามารถเลี้ยงต้นไม้ให้เจริญต่อไปจนย่างเข้าฤดูฝนได้  ไม้ฝนทนแล้ง  เช่น  มะม่วง  มะขาม  ขนุน  กระท้อน  น้อยหน่า  ฯลฯ  เท่าที่ผมเคยปลูกมาเมื่อเราเริ่มปลูกต้นฤดูฝน  พอสิ้นฤดูฝนต้นไม้ส่วนใหญ่ก็สามารถตั้งตัวได้ดี  เมื่อย่างเข้าฤดูแล้งให้น้ำ 10 วันครั้ง  ก็สามารถเลี้ยงต้นไม้ข้ามแล้งได้  พอเข้าปีที่ 2 ถึงแม้จะไม่ค่อยได้รดน้ำ  ต้นไม้ก็ไม่ตาย  และเจริยเติบโตดีพอสมควร 

                ที่กล่าวมานี้พอจะสรุปได้ว่า  ในสภาพพื้นที่ดินเลว  มีน้ำน้อย  ถ้าเกษตรกรรู้จักเลือกพันธุ์ไม้ปลูกให้ถูกต้องกับสภาพพื้นดิน  และเลือกพืชที่ใช้น้ำน้อยพร้อมทั้งเกษตรกรเองรู้จักปรับปรุงดินให้ถูกต้อง  เราก็สามารถที่จะสร้างสวนผลไม้ให้ได้รับผลดีได้  โดยไม่จำเป็นต้องไปหักล้างถางป่าเพื่อหาพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์  และไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ดินเป็นจำนวนมาก ๆ ทำการเกษตร  เกษตรกรที่เก่ง  ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ดินมาก  ก็สามารถสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ครอบครัวได้  ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาสนับสนุนเกษตรกรแบบใช้พื้นที่น้อยให้ได้รับประโยชน์  และผลผลิตสูงเต็มที่กันเสียที

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.