ReadyPlanet.com
dot
dot
รอบรู้เรื่องสมุนไพร
dot
bulletเจียวกู่หลัน สมุนไพรต้านมะเร็ง
bulletกวาวเครือขาว เพิ่มความอึ๋ม
dot
รู้เรื่องหมอยาไทย
dot
bulletประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์
bulletประวัติหมอพร
bulletสาเหตุของการเกิดโรค
dot
เยี่ยมชมร้านสมุนไพรพรอุดม
dot
bulletศึกษาดูงาน
bulletแสดงสินค้าโอทอป
bulletสาธิตวิธีการผลิต
dot
คอลัมน์เด่น จากสื่อประชาสัมพันธ์
dot
bulletคุยเรื่องโรค " กษัย " กับหมอแผนโบราณประยุกษ์
bullet"สมุนไพรพรอุดม"ยาหมอบ้าน ภูมิปัญญาโบราณเพื่อคนรุ่นใหม่
bulletหมอยาสมุนไพร "อุดม ลดหวั่น"
bullet'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร' ผลิต-ขาย..มี "กฎกติกา"
bullet"สมุนไพรพรอุดม" พลูตาหลวง สูตรบำบัดตำรับไทยโบราณ
bulletแปรรูปสมุนไพรส่ง"ไปรษณีย์"ขายตรงตัดตอนพ้อค้าคนกลาง
bullet"สมุนไพรพรอุดม" ยาแผนโบราณประสิทธิภาพเยี่ยม
dot
ลงทะเบียนเยี่ยมชมสมุนไพรพรอุดม

dot




ประวัติหมอพร

เมื่อครั้งทรงเป็นหมอพร 

หมอพร ขณะที่เสด็จในกรมฯ ได้ทรงออกจากประจำการชั่วคราว ระหว่างปี พ.ศ.2454 - 2459 เป็นระยะเวลา 6 ปี พระองค์จึงทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ เพื่อช่วยชีวิตคนยากจน โดยได้เสด็จไปหาพระยา พิษณุประสาทเวช หัวหน้าหมอหลวงฝ่ายยาไทย เพื่อขอเป็นลูกศิษย์ นอกจากนั้นยังมีพระอาจารย์อื่น ๆ อีกหลายคน เช่น หมอฝรั่งชาวอิตาเลียน และชาวญี่ปุ่น หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตแจรง อาภากร พระธิดาเสด็จในกรมฯ ได้ทรงเล่าว่าพระองค์ทรงศึกษาอย่างจริงจัง ได้ทรงสั่งกล้องจุลทัศน์มาสำหรับตรวจโรค มีห้องพิเศษเรียกห้องเคมีวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงชอบ ทดลองมีการค้นคว้ายาแก้โรคต่าง ๆ ได้ทรงนำเอาสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่สัตว์เล็ก ๆ จนถึงสัตว์ใหญ่มาทดลองยาที่ทรงปรุง ทรงชำระคัมภีร์อติสาระวรรคโบราณกรรม และปัจจุบันกรรม ซึ่งเป็นตำรายาแผนโบราณจนเสร็จบริบูรณ์ เมื่อ พ.ศ.2458

หมอพร เมื่อทรงทดลองยาที่ทรงปรุงจนได้ผลดี จึงทรงรับเป็น หมอรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้คนทั่วไป ไม่ว่าคนมี คนจน ใครมาหาก็ทรงตรวจรักษาให้ทั้งนั้น เสด็จในกรมฯ ทรงตั้งชื่อพระองค์ว่า "หมอพร" คนป่วยมาหาเองไม่ได้ ถ้ามารับไปตรวจและรักษาที่บ้าน ต้องเอารถมารับส่ง เวลานั้นนายทหารเรือป่วยกันมากไม่ค่อยไปโรงพยาบาล ใครป่วยก็มาหาหมอพร หมอพรจะตรวจ และจ่ายยาให้โดยไม่คิดค่ายา ที่หายก็มี และที่ป่วยหนักตายก็มี สำหรับการรักษาประชาชนทั่วไปนั้น มีเรื่องเล่ากันว่า มีครอบครัวจีนในสำเพ็งรายหนึ่ง สามีคือพ่อบ้าน ซึ่งกำลังเจ็บหนักดูเหมือนจะเป็นวัณโรค ซึ่งเรียกกันในสมัยนั้นว่า ฝีในท้องและใกล้จะตายอยู่แล้ว ก็ไม่มีทางจะกระเตื้องขึ้นเลย อาการมีแต่ทรงกับทรุด

ครั้นบ่ายวันหนึ่งเสด็จในกรมฯ ซึ่งปลอมพระองค์เป็น "หมอพร" เดินถือย่ามยานุ่งผ้าม่วงไว้หนวดไว้เครา เสด็จเข้าไปในสำเพ็ง เด็กเล็กเดินหนีกันเกรียวกราว รู้ไปถึงหูภรรยาของคนเจ็บ เมื่อรู้ว่าหมอพรก็วิ่งกระหืดกระหอบ เข้าไปกราบที่พระบาท ร้องไห้ร้องห่ม ขอให้ไปช่วยชีวิตสามี จะเสียเงินเสียทองเท่าไรก็ยอม หมอพรจึงเดินตามอาซิ้ม เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ และจะไปพินิจพิเคราะห์ตัวเถ้าแก่ใหญ่ ที่กำลังหายใจ ครอก ๆ อยู่ หลังจากพิจารณาด้วยความถี่ถ้วนแล้ว ก็ทำพิธีเป่ามนต์และท่องบ่นคาถาอยู่พักหนึ่ง แล้วได้อัญเชิญคุณพระมาทำน้ำมนต์และรดคนไข้

พร้อมกับมอบหมายยาไทยขนานหนึ่งไว้ให้ แล้วหมอพรก็อำลาไป ต่อมาชั่วเวลาไม่นานนัก พระองค์ก็เสด็จไปฟังผล ปรากฏว่าอาการของคนไข้กระเตื้องขึ้น อย่างทันตาเห็น เถ้าแก่ที่มีเงินทองมากมายได้ลุกขึ้นกราบ เรียกภรรยาให้เอาเงินมาถุงหนึ่ง เพื่อจะถวายให้พระองค์ เป็นค่ารักษา แทนที่เสด็จในกรมฯ หรือหมอพรจะรับไว้ กลับโบกพระหัตถ์ว่า พระองค์ไม่ใช่หมอประเภทเห็นแก่เงิน เสด็จในกรมฯ ขอให้คนไข้นำเงินนั้นไปทำสาธารณประโยชน์ อย่างอื่นต่อไป เศรษฐีจีนคนนั้นได้มอบเงินจำนวนนั้น ไปใช้ในการสร้างศาลาการเปรียญที่วัดแห่งหนึ่ง

 

 ตำรายาหมอพร 

หมอพร พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงออกจากประจำการชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2454 เมื่อครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่น ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์ แผนโบราณจากตำราไทย ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณ จากตำราไทย ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณ ลงในสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง โดยทรงค้นคว้าตรวจหาตามคัมภีร์เก่า ที่เกือบจะสูญสิ้นอยู่แล้ว

เขียนเสร็จในปี พ.ศ.2458 พระองค์ทรงตั้งชื่อ ตำราไทยสมุดข่อยเล่มนี้ว่า 
"พระคัมภีร์ อติสาระวรรคโบราณะกรรมและปัจจุบันนะกรรม"
 
เป็นสมุดข่อยที่มีเนื้อหาทั้งตำรายาแผนโบราณ กล่าวถึงการผสมยาแก้โรคต่าง ๆ 
ซึ่งในตำรา กล่าวว่าเคยใช้ได้ผลมามากแล้วและบันทึกไว้ ด้วยศิลปภาพเขียน
นับตั้งแต่หน้าปกที่เป็นลายไทย ปิดทองที่สวยงามมาก หน้าต่อไปเป็นภาพเขียน
ด้วยหมึกสี ภาพพระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิ ด้านซ้ายและด้านขวา เป็นภาพฤาษี 2 องค์
นั่งพนมมือ ถัดมาด้านขวามือสุด เป็นตราประจำราชสกุลอาภากร รูปพระอาทิตย์ 
ทรงราชรถประทับยืน ทรงพระขรรค์ด้วยพระหัตถ์ขวา มีอักษรเขียนเป็นภาษาบาลีว่า 
"กยิราเจ กยิราเถนํ"
แปลว่า "จะทำสิ่งไร ควรทำจริง" ขอบสมุดด้านซ้าย 
และขวาเขียนลายไทย ด้วยสีสันที่สดใสสวยงาม ตัวอักษรบางตัวเป็นอักษรประดิษฐ์ประกอบกับลายไทย

นอกจากเสด็จในกรมฯ ทรงศึกษาค้นคว้าตำรายาต่าง ๆ แล้วพระองค์ยังไม่ทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บ แก่คนทั่วไปโดยไม่เลือกคนจนหรือคนมี และมิได้คิดค่ารักษาหรือค่ายา แต่อย่างใด ทุกคนที่มีความเดือดร้อน จะต้องได้รับความเมตตาอารีจากพระองค์ไปทั้งสิ้น จนเป็นที่นับถือของคนทั่วไปในนามของพระองค์ว่า "หมอพร" ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์ในพระอัธยาศัย ของพระองค์อีกด้านหนึ่งว่า ทรงเมตตาอารี ต่อคนทุกชั้น แม้ผู้ที่มิใช่ทหารเรือ ก็เคารพนับถือ พระองค์เป็นที่สุดเช่นกัน

พระคัมภีร์อติสาระวรรค ตำรายา "พระคัมภีร์ อติสาระวรรค" นี้มีอยู่ 2 เล่ม เล่ม 1 นั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ สมุทรปราการ ส่วนเล่ม 2 นั้น ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด ถึงแม้ว่า จะมีร่องรอยของการถูกทำลายจากแมลงตัวเล็ก ๆ อยู่บ้าง แต่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือก็ยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี อยู่ในสภาพที่ดี สามารถอ่านข้อความได้ชัดเจน เคยมีผู้คัดลอกตำรายา พิมพ์เผยแพร่ลงหนังสือไปบ้างแล้ว 4 - 5 ขนาน คือ ยาเขื่อนกำบัง ยาเบญจขันธ์ ยาประสะพุงเม่น และยาแก้

ขอขอบคุณ   http://www.navy.mi.th/nrdo/abhakara/doctor.htm

แหล่งที่มาของข้อมูล







Copyright © 2010 All Rights Reserved.