ReadyPlanet.com
dot
dot
รอบรู้เรื่องสมุนไพร
dot
bulletเจียวกู่หลัน สมุนไพรต้านมะเร็ง
bulletกวาวเครือขาว เพิ่มความอึ๋ม
dot
รู้เรื่องหมอยาไทย
dot
bulletประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์
bulletประวัติหมอพร
bulletสาเหตุของการเกิดโรค
dot
เยี่ยมชมร้านสมุนไพรพรอุดม
dot
bulletศึกษาดูงาน
bulletแสดงสินค้าโอทอป
bulletสาธิตวิธีการผลิต
dot
คอลัมน์เด่น จากสื่อประชาสัมพันธ์
dot
bulletคุยเรื่องโรค " กษัย " กับหมอแผนโบราณประยุกษ์
bullet"สมุนไพรพรอุดม"ยาหมอบ้าน ภูมิปัญญาโบราณเพื่อคนรุ่นใหม่
bulletหมอยาสมุนไพร "อุดม ลดหวั่น"
bullet'ผลิตภัณฑ์สมุนไพร' ผลิต-ขาย..มี "กฎกติกา"
bullet"สมุนไพรพรอุดม" พลูตาหลวง สูตรบำบัดตำรับไทยโบราณ
bulletแปรรูปสมุนไพรส่ง"ไปรษณีย์"ขายตรงตัดตอนพ้อค้าคนกลาง
bullet"สมุนไพรพรอุดม" ยาแผนโบราณประสิทธิภาพเยี่ยม
dot
ลงทะเบียนเยี่ยมชมสมุนไพรพรอุดม

dot




คุยเรื่องโรค " กษัย " กับหมอแผนโบราณประยุกษ์

นิตยสารชีวจิต 200  ( 1 ก.พ. 50 )

รายปักษ์ปีที่ 9  หน้า  84 - 86

 

คุยเรื่องโรค กษัย

กับหมอแผนโบราณประยุกต์

เรื่อง : ชมนาด  ภาพ : ชนาธิป นันทชัยบัญชา

 

 

                แค่ได้ยินคำว่า หมอแผนโบราณ ”  คนไข้บางรายอาจถอยหลังหนี  เหมือนเช่น คุณลุงอุดม  ลดหวั่น  ที่เคยปฏิเสธคำว่า แผนโบราณ ”  มาแล้ว

                กระทั่งเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว  คุณลุงมีอาการโรคภูมิแพ้  หมอนรองกระดูกเสื่อมอย่างหนัก  เพราะได้รับสารเคมีจากการทำสวนเกษตรแบบพุ่มชิด ( ใช้ระยะปลูกน้อยเพิ่มจำนวนต้นในพื้นที่ปลูก  ความคุมความสูงโดยตัดแต่งกิ่ง  บังคับให้แตกพุ่มด้านข้าง )  ซึ่งความทุ่มเทอย่างหมดตัวหมดใจ  ทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูงานของนิสิตนักศึกษาเกษตรทั้งในและต่างประเทศ

                คุณลุงอุดมหมดเงินไปกับการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายที่  แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น  จึงไม่รักษาต่อ  เปลี่ยนมาค้นตำราสมุนไพรเก่าๆ ที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อ และก๋งของภรรยาที่เป็นหมอสมุนไพร  และเริ่มต้มยากินเองโดยใช้สูตรจากตำราเก่า  ซึ่งทำให้อาการทุเลาจนเกือบหายเป็นปกติภายใน 8 เดือน

                เมื่อสุขภาพดีขึ้นเพราะกินยาสมุนไพร คุณลุงจึงเกิดความ ศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม  และขวนขวายหาความรู้ทางแพทย์แผนโบราณเพิ่มเติม  โดยการศึกษาจากตำราของ พลเรือเอก  พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์  พระบิดาแห่งราชนาวีไทย

                คุณลุงอุดมเล่าถึงพระประวัติด้านการแพทย์แผนไทยของพระองค์ให้ฟังว่า

                ผมศึกษาประวัติของท่าน  ทราบว่าหลังจากลาออกจากกองทัพเรือแล้ว  ท่านได้มาเรียนการแพทย์แผนโบราณต่อ  ท่านปรุงยาด้วยการใช้ตำรับยาสมุนไพรมาเคี่ยวให้ได้หัวเชื้ยยาเหนียวๆ  แล้วปั้นเป็นแท่ง  พอคนไข้มาก็นำแท่งยาแต่ละขนานฝนกับน้ำ หรือน้ำซาวข้าวให้กินเลย  ต่างจากหมอยาโบราณที่ต้องสับรากไม้เป็นชิ้นๆ นำไปต้มซึ่งต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะได้กินยาถือว่าเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง

 

หมอแผนโบราณยุค  2007

                บ้านหลังน้อยอยู่ในพื้นที่ 30 ไร่  มีพืชสมุนไพรจำพวกไม้ใหญ่ให้ร่มเงา  ไม้พุ่มขนาดแค่เอว  รวมถึงไม้คลุมดินเล็กๆ ที่ขึ้นกระจายเต็มพื้นที่  รวมแล้วกว่า 300 ชนิด  มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ช่วยลดความร้อนของผืนดิน  คุณลุงอุดมตั้งชื่อบ้านและสวนแห่งนี้ว่า  สวนสมุนไพรพรอุดม

                ขณะนี้เจ้าของบ้านกำลังปรับปรุงห้องปรุงยายกใหญ่  เพราะเจ้าหน้าที่โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ขอร้องให้ช่วยขยายพื้นที่เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

                เหตุผลที่คุณลุงอุดมได้รับความเชื่อถือจากคนทั่วไปเพราะคุณลุงมีวิธีการปรุงยาตลอดจนการดูแลคนไข้อย่างชาญฉลาดเหมือนเช่นที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ท่านทรงริเริ่มขึ้น  ซึ่งเป็นการต่อยอดความรู้แผนโบราณให้ก้าวล้ำเท่าทันโรคภัย

                คุณลุงอุดมพูดจาหยอกล้อเราอย่างผู้ใหญ่อารมณ์ดีว่า ลองมาดูกันว่าหมอโบราณ๊อย่างผมโบราณจริงหรือเปล่า”  เราจึงชวนคุณผู้อ่านมาพิสูจน์พร้อมๆ กันค่ะ

 

ตรวจโรคแบบผสมผสาน

                คุณลุงอุดมอธิบายการตรวจรักษาของหมอแผนโบราณที่ทำต่อๆ กันมา  เริ่มตั้งแต่การพูดจาประสาคนกันเองว่า  เป็นอะไรมา  สังเกตท่าทางการเดิน  น้ำเสียง  สีผิว  ฯลฯ  ซึ่งเป็นการสังเกตภายนอก  และตรวจชีพจรเพื่อฟังการเต้นของหัวใจว่าหนักเบา  ช้า  หรือเร็วอย่างไร

                สำหรับคุณลุงอุดม  นอกจากตรวจด้วยวิธีการตามหลักแผนโบราณแล้ว  ยังเพิ่มเติมในส่วนของการซักถามถึงผลการตรวจจากโรงพยาบาล  เพื่อประกอบการวินิจฉัย  อาทิ  ค่าน้ำตาลในเลือด  ความดันโลหิต

                คุณลุงเสริมว่า  ค่าการตรวจจากโรงพยาบาลให้ค่าที่มีความละเอียดมาก  ดังนั้นถ้ารู้จักนำผลการตรวจทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบันมาวิเคราะห์ร่วมกัน  จะทำให้รักษาได้แม่นยำขึ้น

 

ปรุงยาตำรับหมออุดม

                ปัจจุบันกระทรวงสาธารสุขประกาศรับรองตำรับยาแผนโบราณไว้ทั้งหมด 27 ตำรับ  ซึ่งมีส่วนผสมและสัดส่วนที่แน่นอนกำกับไว้  ผู้ที่เรียนจบหลักสูตรการแพทย์แผนไทย  มีใบประกอบโรคศิลปะ  สามารถขอขึ้นทะเบียนและปรุงยาตำรับเหล่านี้ได้

                นอกจากยาขนานเหล่านี้  หมอแผนโบราณหลายท่านยังปรุงยาตำรับใหม่ขึ้นมา  โดยใช้สูตรจากตำราเก่าที่เป็นสูตรลับเฉพาะของต้นตระกูล  หรือคิดขึ้นมาเองตามความรู้ความเชี่ยวชาญของตน  คุณลุงอุดมก็มีตำรับยาเฉพาะของตัวเอง  ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนจากกระทรวงสาธารณสุขอยู่ 7 ตำรับ  และยังมีอีกมากมายที่รอการรับรองอยู่

                การปรุงยาของหมอยาแผนโบราณท่านนี้เกิดจากการสั่งสมความรู้จากตำราเก่าและการติดตามงานวิจัยต่างๆ  อาทิ  งานวิจัยคณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล  เพื่อประยุกต์ดัดแปลงสูตรยาให้รักษาโรคได้ตรงจุด  แต่จะมีวิธีการดัดแปลงอย่างไร  ลองมาฟังพร้อมๆ กันค่ะ

                ยาโบราณหนึ่งตำรับประกอบไปด้วยยาหลายส่วน  เช่น  ยาที่รักษาโรค  ยาบำรุงธาตุ  ยาปรุงรส  ยาปรุงกลิ่น  ยาโบราณหนึ่งตำรับจึงมีสมุนไพรมากถึง  20 – 30  ตัว  ซึ่งกว้างมากเกินไป  เราจึงต้องมาตัดบางตัวออกไป  เช่น  ยาปรุงรส  ปรุงกลิ่น  เพื่อให้ได้ยาสมุนไพรที่รักษาตรงโรค  มีสรรพคุณมากขึ้น  และมีความเร็วในการบำบัดโรค

                คุณลุงอุดมเห็นหน้างงๆ ปนสงสัยของเรา  จึงยาตัวอย่างให้เข้าใจ  เช่น  ยาประสะไพล  ซึ่งเป็นยาขับประจำเดือนมีไพรทั้งสิ้น  81  ส่วน  ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนหลัก  มียาบำรุงธาตุเสริม  อาทิ  ดีปลี  ขิง  นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรตัวอื่นๆ แทรกมา  เช่น  ผิวมะกรูด   มีน้ำมันหอมระเหย  ช่วยบำรุงหัวใจ  ขับลม  ว่านน้ำ  ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร  ลำไส้  เกลือสินเธาว์  ช่วยระบาย  เทียนดำ  แก้อาเจียน  และอีกมากมาย  คุณลุงอุดมจึงปรับสูตรยาดังกล่าว  โดยคงไพลไว้ในปริมาณมาก  และลดทอนตัวยาอื่นๆ ลงไป  จากที่ต้องรับประทาน 8 เม็ด  ก็ลดลงเหลือ 5 เม็ด  เป็นต้น

                เมื่อฟังแนวคิดในการปรุงยาของคุณลุงอุดมแล้ว  มาฟังกันว่า  ตำรับยาเด็ดของที่นี่คืออะไร

               

กษัย...โรคเก่านำมาเล่าใหม่

                เราถามคำถามไปแล้ว  หมอวัย  65  ปี  หัวเราะเอิ๊กอ๊ากใหญ่  พร้อมบอกว่า  เด็ดทุกตำรับ ”  เราจึงเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า  โรคอะไรที่คนป่วยมารักษาเป็นประจำ

                “ CFS ”  หมอแผนโบราณตอบ  แล้วจึงขยายความต่อว่า  คือโรคสมัยใหม่ที่มีหลายอาการ  เช่น  อ่อนเพลีย  ไม่มีแรง  ปวดเนื้อปวดตัวเรื้อรัง  นอนไม่หลับ  ฯลฯ  ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค ”  อาจารย์สาทัส  อินทรกำแหง  เรียกโรคนี้ว่า  ไฮโปไกลซีเมีย  (Hypoglycemia)  ส่วนหมอแผนโบราณเรียกโรคนี้ว่า  กษัย

                คุณลุงอุดมอธิบายต่อว่า  หมอแผนปัจจุบันเขาถนัดรักษาเฉพาะที่เฉพาะจุด  แต่เมื่ออาการเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน  เขารักษาไม่ถนัด  ส่วนในตำราเวชกรรมบทที่ 3  ของกระทรวงสาธารณสุขชื่อคัมภีร์กษัย  บอกว่า  สาเหตุความเจ็บป่วยเกิดจากความผิดปกติของกองธาตุสมุฏฐาน 8 อุปปาติกโรค  18  ประการ  รวม 26  ประการ  กองธาตุสมุฏฐานเป็นส่วนของความผิดปกติของธาตุต่างๆ ในร่างกาย  ส่วนอุปปาติกโรคเป็นส่วนที่ไม่ทราบสาเหตุซึ่งความรู้โรคกษัยนี้มีบันทึกไว้นานกว่า 2,500 ปี  และหมอแผนโบราณสามารถรักษาได้หาย

                ขณะที่เรานั่งขอความรู้จากคุณลุงอุดมอยู่ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ได้ยินเสียงคุณลุงคุยได้โต้ตอบกับคนปลายสาย  พอจับใจความได้ว่า  เขามีอาการปวดหลัง  ปวดเมื่อยเนื้อตัว  แต่เมื่อกินยาตำรับของคุณลุงแล้วอาการปวดต่างๆ  หายไปอย่างรวดเร็ว  เขาจึงตกใจว่าคุณลุงใส่สารสเตียรอยด์ลงไปในยาด้วยหรือเปล่า  คุณลุงอธิบายให้ฟังว่า

                ร่างกายคุณอ่อนแอมากธาตุหย่อนพิการ  ทำให้ปวดข้อปวดกระดูก  ผมจึงให้ยาบำรุงธาตุ  และคุณก็มีอาการเส้นตึงจนเดินคอเอียง  ผมก็ให้ยากษัยสำหรับคลายเส้น  เมื่อกินยาปรับระบบธาตุทำให้กินข้าวได้  ขับถ่ายดี  เลือดสะอาดขึ้น  เส้นหายตึงร่างกายก็ดีขึ้นเป็นปกติ

                เมื่อคุณลุงอธิบายทางโทรศัพท์จบทำให้เรามีความรู้เพิ่มเติมไปด้วย  และอยากเห็นตำรับยากษัยขึ้นมาทันที  เราจึงขออนุญาติเดินเข้าไปในห้องผลิตยาที่แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน  มีอุปกรณ์ในการผลิตที่สะอาด  และได้เห็นขั้นตอนการผลิตขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังบรรจุผงยาละเอียดในแคปซูล

                คุณลุงอธิบายว่า  ตำรับยากษัยประกอบไปด้วยตัวยามากมาย  อาทิ  บอระเพ็ดพุงช้าง  แห้วหมู  ขิง  กำลังช้างสาร  ดอกดึง  และสมุนไพรอื่นๆ  ที่เป็นสูตรลับเฉพาะ

                เสร็จจากการเดินชมห้องผลิตและจำหน่ายยา  เราจึงขอตัวกลับ  คุณลุงอุดมยังมอบผลิตภัณฑ์ยาบำรุงโลหิตมาในหนึ่งตำรับ  และบอกว่าลองกินดู  เผื่อผิวพรรณจะได้เปล่งปลั่ง  แต่ที่สำคัญ  อย่าลืมกินอาหารที่มีประโยชน์  เช่น ผัก ผลไม้   เพราะถ้ากินอาหารดี  รับรองว่าร่างกายก็จะดีตามไปด้วย

                การเดินทางมาพบหมอแผนโบราณท่านนี้  ทำให้เราได้คำตอบว่า  หมอแผนโบราณนั้นรอบรู้และหลักแหลมมากกว่าที่เราคิดไว้มากนัก

 

                บันทึก  กษัย ”  ในตำราเก่าตำราการแพทย์แผนไทยได้อธิบายเรื่อง  โรคไกษย ”  ไว้โดยละเอียดว่า  ไกษย  ( กษัย , กไสย )  กษัยคือโรคที่บังเกิดขึ้นแก่มนุษย์  ทำให้มีอาการแห่งความเสื่อมโทรม  ซูมผอม  สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์   ทั้งนี้เนื่องจากเป็นโรคหรือไข้อย่างใดอย่างหนึ่ง  ซึ่งทำลายสุขภาพของร่างกายให้เสื่อมโทรมไปทีละน้อย  เป็นเวลาต่อเนื่องกัน  โดยมิได้รับการบำบัดรักษา  หรือรักษาแต่ไม่ถูกกับโรคหรือไข้นั้นๆ  โดยตรง  เนื่องจากไม่มีอาการอะไรรุนแรงให้เห็นชัด

                มีอาการผอมแห้งแรงน้อย  โลหิตจาง  ผิวหนังซีดเหลือง  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  และกล้ามเนื้อ  บางครั้งไอ  บางทีไอเป็นเลือด  ทำให้รู้สึกแน่นแลหนักตัว  กินไม่ได้ นอนไม่หลับ  ปัสสาวะเหลือง  และปัสสาวะกะปริบกะปรอย  ไม่มีกำลัง  ทำให้ชาปลายมือปลายเท้า  มีเหงื่อออกตามฝ่ามือฝ่าเท้า  และเหงื่อออกตอนกลางคืน  ยอกเสียวตามหัวอกและชายโครง  บางคนผิวหนังตกกระตามร่างกาย  กล้ามเนื้อชักหดและลีบ  มีอาการสะท้านร้อนสะท้านหนาวเป็นคราวๆ  และท้องผูกเป็นประจำ

 

 

 

ขอขอบคุณ  นิตยสารชีวจิต

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.